“ฉีดใต้ตา” ถือเป็นหนึ่งในหัตถการด้านความงามที่หลายคนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการฟื้นฟูใบหน้าให้ดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดใต้ตาไม่ได้เหมือนกันในทุกคน บางรายเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ขณะที่บางรายกลับรู้สึกว่าใบหน้าดูอ่อนล้า หรือมีความไม่สมดุลมากขึ้นหลังทำหัตถการ
ความแตกต่างของผลลัพธ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีปัจจัยหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งโครงสร้างเฉพาะบุคคล เทคนิคการฉีด รวมถึงแนวทางการเลือกวิธีแก้ไขปัญหาใต้ตาให้เหมาะสมกับแต่ละใบหน้า การทำความเข้าใจสาเหตุอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกวิธีดูแลใต้ตาในระยะยาว
ฉีดใต้ตาแล้วใบหน้าดูแก่และอ่อนล้าขึ้น ผิดปกติมั้ย? ไขข้อสงสัย ทำไมปัญหานี้จึงเกิดเฉพาะบางคน
โดยส่วนใหญ่แล้วการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาถูกมองว่าเป็นหัตถการที่ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น ลดความอ่อนล้า และทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม แต่ในความเป็นจริงกลับมีคนจำนวนไม่น้อยที่ฉีดใต้ตาแล้วรู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อย ดูแก่ หรือดูไม่สดใสอย่างที่คาดหวังไว้ จนเกิดคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับใต้ตาของเรา”
บทความนี้ Dr.Vanda Aesthetic Clinic ของเราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกันค่ะว่า เหตุใดการฉีดใต้ตาจึงให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละคน สาเหตุที่ทำให้บางคนฉีดแล้วดูแก่ลง รวมถึงแนวทางการแก้ไขและการป้องกัน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไร มาติดตามกันค่ะ
ทำไมฉีดใต้ตาแล้วบางคนกลับมีใบหน้าที่ดูแก่และอ่อนล้ากว่าเดิม?
ผิวหนังใต้ตามีความบางมาก และประกอบด้วยหลายชั้น ทั้งผิวหนัง ไขมัน เส้นเลือด กล้ามเนื้อ รวมถึงเอ็นที่ทำหน้าที่พยุงโครงสร้าง หากแพทย์ประเมินโครงสร้างไม่ละเอียดเพียงพอ การเติมสารเข้าไปอาจไปรบกวนสมดุลเดิมของใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใสแทนที่จะดูอ่อนเยาว์
การฉีดใต้ตาจึงไม่ใช่เพียงการเติมเต็มร่อง แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างใบหน้าในมุมลึก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับทั้งใบหน้า
หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยคือการวางโปรแกรมฟิลเลอร์ผิดระดับความลึกค่ะ ซึ่งหากโปรแกรมฟิลเลอร์ถูกฉีดตื้นเกินไป อาจทำให้เกิดเงาสีคล้ำหรือเงาฟ้าใต้ตา ซึ่งทำให้หน้าดูโทรมและอ่อนล้า ในขณะที่การวางลึกเกินไปหรือผิดตำแหน่ง อาจทำให้ใต้ตาดูบวม หนัก และขาดความละมุน
ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากคุณภาพของโปรแกรมฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเทคนิคและความเข้าใจโครงสร้างของแพทย์เป็นหลัก
เนื่องจากโปรแกรมฟิลเลอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันค่ะ โดยบางชนิดมีเนื้อแข็ง บางชนิดอุ้มน้ำสูง ซึ่งอาจเหมาะกับบางบริเวณของใบหน้า แต่ไม่เหมาะกับใต้ตา หากเลือกฟิลเลอร์ที่อุ้มน้ำมากเกินไป อาจทำให้ใต้ตาบวมง่ายและดูไม่เรียบเนียน ส่งผลให้หน้าดูเหนื่อยและดูมีอายุ ดังนั้นใต้ตาจึงต้องใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ และต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดเป็นรายบุคคลไปค่ะ
อย่างไรก็ตาม สำหรับในหลาย ๆ กรณีแล้ว ความพอดีสำคัญกว่าความเต็ม ดังนั้นการฉีดเพียงเล็กน้อยแต่ถูกตำแหน่ง จะให้ผลลัพธ์ที่ดูสดใสกว่าการเติมมากเกินไป
อาการแบบไหนที่เข้าข่าย “ฉีดใต้ตาแล้วพัง” ?
หลังฉีดใต้ตา หลายคนเริ่มสังเกตได้ว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถใช้เป็นสัญญาณเบื้องต้นในการประเมินได้
- ใต้ตาบวม ตุง หรือเป็นก้อน หากใต้ตามีลักษณะบวมเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน หรือรู้สึกว่ามีความตึงผิดปกติ อาจเกิดจากการวางฟิลเลอร์ผิดชั้นหรือการเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม
- หน้าดูง่วงและเหนื่อยตลอดเวลา แม้พักผ่อนเพียงพอ แต่ใบหน้ากลับดูเหมือนคนอดนอนอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะฟิลเลอร์ทำให้สัดส่วนใต้ตาและกลางใบหน้าเสียสมดุล
- ใต้ตาคล้ำขึ้นแทนที่จะสว่าง แทนที่จะดูสดใส ใต้ตากลับดูหมองคล้ำหรือมีเงา ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป
- มองด้านข้างแล้วหน้าดูหนัก เมื่อมองจากมุมด้านข้างแล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูไม่ละมุน มีความโป่งหรือแน่นผิดธรรมชาติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าปริมาณหรือจุดที่ฉีดไม่เหมาะสม
“ฉีดใต้ตาแล้วดูแก่” ปัญหานี้ควรประเมินอย่างไรให้ได้แนวทางแก้ไขที่เหมาะสมจริง?
ต้องแยกให้ออกว่าเกิดจากโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโครงสร้างใบหน้าจริง
เพราะบางกรณีฉีดใต้ตาแล้วดูแก่อาจเกิดจากการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม แต่ในขณะที่บางคนมีการทรุดตัวของกระดูกหรือไขมันตามวัย ซึ่งไม่สามารถแก้ด้วยการเติมใต้ตาเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าโดยรวมจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากค่ะ เพราะหากแยกได้ แนวทางแก้ไขก็จะชัดเจนตามไปด้วย
สลายโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ควรทำเมื่อจำเป็น
เนื่องจากการวางโปรแกรมฟิลเลอร์ผิดชั้น อาจทำให้บวมเรื้อรัง หรือทำให้หน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ การสลายโปรแกรมฟิลเลอร์อาจเป็นทางเลือกหนึ่งได้ค่ะ แต่ต้องทำแค่เคสที่จำเป็นและต้องให้บริการโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจ Anatomy ใต้ตาอย่างละเอียด เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลค่ะ
ทางเลือกอื่นแทนการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา
ทั้งนี้ ปัญหาฉีดใต้ตาแล้วดูแก่ไม่ใช่จุดจบของความสวยค่ะ หากได้รับการวิเคราะห์อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น การแก้ไขที่เหมาะสมจะช่วยให้ใบหน้ากลับมาดูสดใสและสมดุลมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าจริง ไม่เร่งแก้ด้วยการเติมเพิ่มโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ
ทำอย่างไรไม่ให้ฉีดใต้ตาแล้วหน้าดูแก่ตั้งแต่แรก?
เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขอยู่แล้ว ดังนั้นการเตรียมตัวและเลือกแนวทางที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ โดยอาจเริ่มจากแนวทางป้องกันต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ…
เลือกแพทย์ที่มีความเข้าใจเชิงลึกโดยเฉพาะด้านใต้ตา
เพราะไม่ใช่แพทย์ทุกคนที่สามารถฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ได้จะมีความรู้ด้านแก้ไขปัญหาใต้ตาโดยตรงค่ะ เนื่องจากบริเวณนี้มีความซับซ้อนต้องอาศัยแพทย์ความเข้าใจเฉพาะทางอย่างแท้จริง ดังนั้นควรพิจารณาเลือกแพทย์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจค่ะ
ต้องมีการประเมินใบหน้าแบบองค์รวม
เข้าใจว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบของทุกคน
อย่างไรก็ตาม การฉีดใต้ตาที่ให้ผลลัพธ์สวยและเหมาะสมกับแต่ละคนนั้น เริ่มต้นจากการเข้าใจว่าทุกใบหน้าไม่เหมือนกัน การเลือกแพทย์ที่เน้นการประเมินอย่างรอบด้านและไม่ยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง รวมไปถึงวางแผนได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้มากขึ้นค่ะ
ฉีดใต้ตาอย่างปลอดภัย ควรเริ่มจากการปรึกษาแพทย์แบบไหน?
ท้ายที่สุด ขอเน้นย้ำอีกครั้งค่ะว่าการฉีดใต้ตาที่ดีนั้นไม่ใช่การเติมให้เต็มที่สุด แต่คือการปรับให้ใบหน้าดูสดใสอย่างแลเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เฉพาะบุคคล ไม่ยึดติดกับเทรนด์ และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้มากขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาฉีดใต้ตาแล้วหน้าดูอ่อนล้า หรือยังไม่แน่ใจว่าควรแก้ไขด้วยวิธีใด การเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง ก็จะช่วยให้ได้แนวทางที่เหมาะสม ปลอดภัย และตอบโจทย์ใบหน้าของทุกคนมากที่สุดค่ะ
โปรแกรม EndoliftX Laser Fiber และ โปรแกรม EndoliftX Light Scan ที่ Dr.Vanda Aesthetic Clinic ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาที่ฉีดแล้วดูอ่อนล้าได้อย่างไร?
ในกรณีที่การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ให้ผลลัพธ์อย่างที่คาดหวัง ที่อาจมีสาเหตุส่วนหนึ่งมักไม่ได้เกิดจากการขาดปริมาตรเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของชั้นผิว การเสื่อมของคอลลาเจน และโครงสร้างใต้ตาที่เปลี่ยนแปลงตามวัยด้วยนั้น การเลือกหัตถการที่เน้น “ฟื้นฟูและยกกระชับ” แทนการเติม จึงเป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ
สำหรับโปรแกรม EndoliftX ทั้งในรูปแบบ Laser Fiber และ Light Scan ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ โดยใช้พลังงานเลเซอร์ความยาวคลื่น 1470 nm. เหมือนกัน แต่ทำงานในคนละระดับของชั้นผิว ทำให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาใต้ตาได้อย่างเหมาะสมในแต่ละเคส
โดยในส่วนของโปรแกรม EndoliftX Light Scan
ในขณะที่ EndoliftX Laser Fiber
ปรึกษาปัญหาด้านผิวพรรณและความงาม ที่ Dr.Vanda Aesthetic Clinic
ที่ Dr.Vanda Aesthetic Clinic ของเรานั้น นอกจากจะเป็นคลินิกที่มีแพทย์ด้านผิวพรรณโดยตรงและขั้นตอนการให้บริการที่ได้มาตรฐานแล้ว เรายังนำเทคโนโลยีที่สามารถแก้ไขปัญหาแต่ละด้านอย่างตรงสาเหตุมาใช้เพื่อให้บริการกับคนไข้ของเราทุกท่านเพื่อให้ผลลัพธ์ของทุก ๆ บริการเป็นไปได้อย่างมากที่สุดด้วย โดยเรามีแพทย์เฉพาะทางที่จะดูแลทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการทุกท่านมั่นใจได้ในผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อให้เราดูแลค่ะ
